วิธีประหยัดไฟฟ้าในบ้าน

โลกกำลังเผชิญสภาวะวิกฤตพลังงาน และสภาวะโลกร้อน การใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟื่อยและไม่ถูกวิธีก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่จะทำให้เกิดสภาพการณ์นี้ ในปี 2551 มีการประเมินว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าจะสูงกว่าปีที่ผ่านๆ มา โดยคาดว่าจะมีระดับสูงถึง 23,957 เมกะวัตต์ พวกเราต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพิ่มขึ้น ในขณะที่ประเทศไทยสูญเสียเงินตราในการนำเข้าพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันจากต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะต้องนำเข้าน้ำมันกว่า 700,000 ล้านลิตร นับวันวิกฤตการณ์นี้ทวีความรุนแรง หากแต่ละคน แต่ละครอบครัว ลงมือประหยัดพลังงานตามคำแนะนำในคู่มือเล่มนี้ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของตนเอง และช่วยเศรษฐกิจของประเทศ… อย่าแค่คิด…แต่ลงมือทำทันที!!

วิธีประหยัดไฟฟ้า

ป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน

ความร้อนไม่กล้าเข้าสู่บ้านเราได้ ถ้าเรารู้วิธีป้องกัน
1 ต้นไม้ คลายร้อน
1.1 กางร่มให้บ้าน เพื่อให้ร่มเงา อากาศบริสุทธิ์ และสร้างความ
สดชื่น แถมช่วยกรองฝุ่น
1.2 ปูฉนวนให้พื้นดิน เพื่อลดการสะท้อนของแสงเข้าสู่ตัวบ้าน ด้วย
หญ้าคลุมดิน
1.3 ผนังดอกไม้ ด้วยระแนงไม้เลื้อย ช่วยทั้งกันแดด และสร้าง
ความสวยงาม
2 ติดกันสาดหรือแผงกันแดด โดยเฉพาะทิศใต้ และทิศตะวันตก
3 ติดตั้งฉนวนป้องกันความร้อน
4 ทำบ่อน้ำไว้หน้าบ้านเพื่อให้ลมพัดพาความเย็นเข้าบ้าน
5 ทาสีโทนอ่อน ทั้งในและนอกบ้านช่วยให้ผนังไม่สะสมความร้อน

จัดบ้านอยู่สบายคลายร้อนกันเถอะ บ้านโล่ง เย็นใจ เย็นกาย

1 เปิดให้ลมพัดผ่าน อากาศถ่ายเท ลมเข้าออกสะดวก
โดยจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม่กีดขวางทางลม
2 เลือกเฟอร์นิเจอร์แบบโปร่งทำให้อากาศไหล
เวียน และไม่รู้สึกอึดอัด ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์บาง
ชนิดไม่เหมาะกับประเทศไทย เพราะอมความร้อน
และ ฝุ่น เช่น ผ้ากำมะหยี่ ผ้าขนสัตว์ ควรเลือกใช้
เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ เพราะไม่อมความร้อนและฝุ่น
3 เปิดบ้านรับแสงอาทิตย์
ลดการใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะช่องแสงทางทิศเหนือ
4 จัดเก็บข้าวของในบ้านให้เป็นระเบียบ
เพื่อช่วยให้ภายในบ้านโปร่ง และลมพัดผ่านสะดวก

ลดความร้อนภายในบ้าน

ตัวบ้านพร้อม! ผู้อาศัยพร้อม!

1 ใช้หลอดประหยัดพลังงานแทนหลอดไส้
2 พัดลม ทำให้เกิดการหมุนเวียนของอากาศ สร้างความ
สบาย แต่อย่าลืมทำความสะอาดใบพัด และตะแกรงครอบ
ใบพัดสม่ำเสมอ หากฝุ่นสะสมยิ่งทำให้กินไฟมากขึ้น


3 ร้อนนักเปิดเครื่องปรับอากาศก็ได้ แต่ถูกวิธีนะจ๊ะ

3.1 ล้างเครื่องปรับอากาศปีละ 2 ครั้ง โดยช่างผู้ชำนาญทุก 6 เดือน
และล้างหน้ากากเครื่องปรับอากาศเป็นประจำเดือนละครั้ง เพื่อให้เครื่อง
ปรับอากาศทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพช่วยยืดอายุการใช้งานและ
ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 10%
3.2 ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ ไม่
ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส ทดลอง
ตั้งที่ 26- 27 องศาเซลเซียส และใช้
พัดลมเบอร์ 5 ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้
10 - 30%
3.3 ไม่นำความชื้นเข้าห้อง เชื่อหรือไม่ว่า
สำหรับเมืองไทยแล้วพลังงานที่ใช้ในการ
ทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศแค่ 30%
เป็นการใช้ไปเพื่อการรีดความชื้นออกจาก
ห้อง จึงอย่าเอาของที่มีความชื้นเข้าไปไว้ใน
ห้องปรับอากาศ เช่น กระถางต้นไม้ การ
ตากผ้า หรือ ทำเกล็ดระบายอากาศของ
ประตูห้องน้ำ เป็นต้น
3.4 ไม่นำของร้อนเข้าห้อง ไม่นำ เตาไฟฟ้า
กระทะร้อน หม้อต้มน้ำ หม้อสุกี้ เข้าไปในห้องแอร์
ควรปรุงให้เสร็จจากในครัวแล้วจึงนำเข้ามา
รับประทานภายในห้อง เพื่อไม่เป็นการเพิ่มความ
ร้อนในห้อง อันเป็นเหตุให้เครื่องปรับอากาศ
ทำงานหนักเกินไป
3.5 ถ่ายเทความร้อน ก่อนเปิดเครื่องปรับอากาศสัก 15 นาที ควรเปิด
หน้าต่างเพื่อให้อากาศบริสุทธิ์ภายนอกเข้าไปแทนที่อากาศเก่าในห้อง จะ
ช่วยลดความร้อนในห้อง โดยไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลมระบายอากาศและ
ช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานไม่หนักเกินไป
3.6 ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท
ขณะเปิดเครื่องปรับอากาศเพื่อ
ป้องกันไม่ให้อากาศร้อน หรือ
ความชื้นจากภายนอกเข้ามา
เพราะจะทำให้เครื่องปรับ
อากาศต้องทำงานหนักขึ้น


3.7 ปรับทิศทางของช่องลมเครื่องปรับ
อากาศ
ปรับช่องจ่ายลมเย็นของเครื่อง
ปรับอากาศให้กระจายความเย็นเหมาะสม
กับตำแหน่งที่ต้องการ เพื่อไม่ต้องปรับ
อุณหภูมิให้เย็นขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุของการ
สิ้นเปลืองค่าไฟได้
12 คู่มือประหยัดพลังงานเพื่อประชาชน
วิธีประหยัดไฟฟ้า
3.8 ปรับความแรงของเครื่องปรับอากาศ
ปรับความแรงของลมให้เหมาะสมจะทำให้ห้อง
เย็นเร็วขึ้น เครื่องปรับอากาศก็จะตัดการทำงาน
เป็นการช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ แต่ในทาง
ตรงกันข้าม หากปรับความแรงของลมเย็นไม่
เหมาะสม หรือน้อยเกินไป การกระจายลมอาจ
ไม่ทั่วถึงเครื่องก็จะทำงานนานขึ้น เป็นการสิ้น
เปลืองไฟฟ้าอีกทางหนึ่ง


3.9 เปิดเครื่องปรับอากาศเท่าที่
จำเป็น
เลือกเปิดเครื่องปรับอากาศ
เฉพาะที่จำเป็น ก็จะช่วยประหยัดได้
เช่น ใช้เครื่องปรับอากาศเฉพาะใน
ห้องนอน และวันที่ร้อนมาก เป็นต้น

About the Author

iwat1929

ออกบแบบสื่อสิ่งพิมพ์ มัลติมีเดีย โฆษณา ประชาสัมพันธ์ Creative จัดทำภาพประกอบ Illustration

Leave a Reply

You can use these XHTML tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <blockquote cite=""> <code> <em> <strong>